แชร์

ประเภทของน้ำมันเครื่อง มีกี่แบบ? เลือกให้ถูก เครื่องยนต์อยู่ได้นานกว่า

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.พ. 2026
9 ผู้เข้าชม
ประเภทของน้ำมันเครื่อง มีกี่แบบ? เลือกให้ถูก เครื่องยนต์อยู่ได้นานกว่า
     น้ำมันเครื่องมีหลายประเภท และการเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้ถูกต้องมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ทั่วไป รถกระบะ เครื่องยนต์ดีเซล หรือรถไถการเกษตร
     หลายคนมักถามว่า น้ำมันเครื่องมีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดี บทความนี้จะอธิบายครบทั้งการแบ่งตาม Base Oil, ค่า SAE (ความหนืด) และมาตรฐาน API เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกสเปก

1. แบ่งตามกระบวนการผลิต (Base Oil)
การแบ่งประเภทของน้ำมันเครื่องที่สำคัญที่สุด คือการแบ่งตามน้ำมันพื้นฐาน (Base Oil)
  • Mineral Oil (น้ำมันเครื่องธรรมดา)
- ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบ
- ราคาประหยัด
- เหมาะกับรถรุ่นเก่า
- เปลี่ยนถ่ายทุก 3,000–5,000 กม.
- เหมาะกับการใช้งานทั่วไปที่ไม่หนักมาก
  • Semi-Synthetic (กึ่งสังเคราะห์)
- ผสมน้ำมันแร่ + น้ำมันสังเคราะห์
- ทนความร้อนได้ดีกว่า Mineral
- เหมาะกับรถใช้งานประจำ
- เปลี่ยนถ่ายประมาณ 7,000–8,000 กม.
- เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าระหว่างราคาและประสิทธิภาพ
  • Full Synthetic (สังเคราะห์แท้)

-สังเคราะห์ 100% โครงสร้างโมเลกุลสม่ำเสมอ
-ทนความร้อนสูง
-ไหลลื่นดีเยี่ยม
-เหมาะกับรถใหม่ เทอร์โบ หรือใช้งานหนัก
-เปลี่ยนถ่ายได้ 10,000–15,000 กม.
-ช่วยลดการสึกหรอและประหยัดน้ำมันมากกว่า

2. แบ่งตามชนิดเครื่องยนต์ (สำคัญมาก)
น้ำมันเครื่องต้องเลือกให้ตรงกับประเภทเครื่องยนต์

น้ำมันเครื่องเบนซิน : ดูมาตรฐาน API ตัวอักษรขึ้นต้นด้วย “S” เช่น  API SP , API SN

น้ำมันเครื่องดีเซล : ดูมาตรฐาน API ตัวอักษรขึ้นต้นด้วย “C” เช่น API CI-4 , API CK-4

**โดยเฉพาะรถไถหรือเครื่องยนต์การเกษตรส่วนใหญ่เป็นดีเซล ควรเลือกกลุ่ม “C” เท่านั้น**

3. แบ่งตามความหนืด (SAE Grade)
ค่า SAE คือค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เช่น 10W-30, 15W-40

- เกรดเดี่ยว (Monograde) เช่น SAE 40
เหมาะกับอุณหภูมิคงที่

- เกรดรวม (Multigrade) เช่น 10W-30, 15W-40
เลขหน้า W = ความหนืดตอนเครื่องเย็น
เลขหลัง = ความหนืดตอนเครื่องร้อน

ตัวอย่าง
15W-40 เหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก

4. แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
Heavy Duty > เหมาะกับรถบรรทุก รถไถ เครื่องยนต์งานหนัก
High Mileage > เหมาะกับรถที่วิ่งระยะสูง ช่วยลดการรั่วซึม

เลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรให้เหมาะกับรถคุณ?
ควรพิจารณา 3 อย่างหลัก
-ประเภท Base Oil
-ค่า SAE ตามคู่มือรถ
-มาตรฐาน API ให้ตรงเครื่องยนต์
** การเลือกน้ำมันเครื่องผิดประเภท อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมัน หรือเกิดคราบเขม่า **

สรุปประเภทของน้ำมันเครื่องสำคัญแค่ไหน?
การเข้าใจประเภทของน้ำมันเครื่องช่วยให้คุณเลือกได้ถูกต้อง ลดต้นทุนซ่อม และยืดอายุเครื่องยนต์ในระยะยาวไม่ว่าจะเป็น Mineral, Semi-Synthetic หรือ Full Synthetic รวมถึงการดูค่า SAE และ API ทุกอย่างมีผลต่อประสิทธิภาพเครื่องยนต์โดยตรงการเลือกให้ถูกสเปก คือการดูแลเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด




บทความที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันไฮดรอลิกสำคัญอย่างไร? รู้หลักการทำงานและวิธีเลือกให้ถูกสเปก
น้ำมันไฮดรอลิก คือของเหลวที่ทำหน้าที่ส่งถ่ายพลังงานในระบบไฮดรอลิก เช่น รถไถ รถขุด เครื่องจักรโรงงาน และระบบยกต่าง ๆ เมื่อถูกแรงดันจากปั๊ม น้ำมันจะส่งแรงไปยังกระบอกสูบหรือมอเตอร์ ทำให้เกิดการยก ดัน หรือหมุนอย่างมีประสิทธิภาพ หากเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกไม่เหมาะสม หรือปล่อยให้เสื่อมสภาพ อาจทำให้แรงดันตก ระบบสั่น เครื่องทำงานช้า และเกิดความเสียหายกับปั๊มหรือวาล์วได้
23 ก.พ. 2026
น้ำมันไฮดรอลิกผลิตจากอะไร? รู้ก่อนเลือก ใช้ถูก เครื่องไม่พัง
น้ำมันไฮดรอลิกไม่ได้เป็นแค่น้ำมันธรรมดา แต่เป็นของเหลวที่ออกแบบมาเพื่อ “ถ่ายทอดแรง” และปกป้องระบบให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาคุณเข้าใจส่วนประกอบหลัก และวิธีเลือกให้เหมาะกับงานเกษตรและงานอุตสาหกรรม
25 ก.พ. 2026
การดูแลกรองน้ำมันเครื่องอย่างถูกวิธี ยืดอายุเครื่องยนต์
กรองน้ำมันเครื่องชิ้นเล็ก แต่มีหน้าที่ใหญ่หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติ บทความนี้สรุปวิธีดูแล เปลี่ยน และเลือกกรองน้ำมันเครื่องให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องพังในระยะยาว
25 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ