มาตรฐานน้ำมันเครื่อง API และ SAE คืออะไร? เลือกให้ถูกก่อนเครื่องพัง

มาตรฐานน้ำมันเครื่อง API และ SAE คืออะไร? สำคัญแค่ไหนกับเครื่องยนต์ดีเซล
การเลือกน้ำมันเครื่องไม่ได้ดูแค่ยี่ห้อหรือราคา แต่ต้องดู “มาตรฐานน้ำมันเครื่อง” เพื่อให้เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์และลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลในรถไถหรือรถงานหนักที่ต้องทนความร้อนและแรงกดสูง
มาตรฐานหลักที่ควรรู้มี 2 ส่วน คือ API และ SAE
มาตรฐาน API คืออะไร?
API (American Petroleum Institute) คือมาตรฐานที่บอกระดับคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
เครื่องยนต์เบนซิน : ใช้รหัสขึ้นต้นด้วย “S” เช่น API SN , API SP
เครื่องยนต์ดีเซล : ใช้รหัสขึ้นต้นด้วย “C” เช่น API CH-4 , API CI-4 , API CK-4
o เปรียบเทียบมาตรฐานยอดนิยมสำหรับดีเซล
API CH-4
- เหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่า โครงสร้างไม่ซับซ้อน
API CI-4 (แนะนำ)
เหมาะกับรถแทรคเตอร์ในไทย ทนความร้อนสูง ควบคุมเขม่าได้ดีรองรับระบบเทอร์โบ และ EGR
API CK-4
มาตรฐานสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ควบคุมการสึกหรอและออกซิเดชันได้ดีมาก
2. ค่า SAE (ความหนืด) คืออะไร?
SAE คือค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เช่น 15W-40 หรือ 10W-30
เลขหน้า W = ความหนืดตอนเครื่องเย็น
เลขหลัง = ความหนืดตอนเครื่องร้อน
o ค่า SAE ยอดนิยมในงานเกษตร
SAE 15W-40 (ยอดนิยม)
- เหมาะกับงานหนัก อากาศร้อน ฟิล์มน้ำมันแข็งแรง
SAE 10W-30
เหมาะกับรถใหม่ สตาร์ทง่าย ประหยัดน้ำมัน
SAE 40 (เกรดเดี่ยว)
เหมาะกับรถรุ่นเก่า ใช้งานอุณหภูมิคงที่
3. ข้อควรระวังเรื่อง STOU และ UTTO (ห้ามสับสน)
หลายคนสับสนระหว่างน้ำมันเครื่องกับน้ำมันระบบเกียร์/ไฮดรอลิก
STOU (Super Tractor Oil Universal)
- น้ำมันเอนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และไฮดรอลิกในบางรุ่น
UTTO (Universal Tractor Transmission Oil)
- ใช้เฉพาะระบบเกียร์และไฮดรอลิก
❌ ห้ามเติมในเครื่องยนต์ การใช้ผิดประเภทอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
สรุปการเลือกมาตรฐานน้ำมันเครื่องให้ถูก เครื่องยนต์อยู่ได้นานกว่า
การเข้าใจมาตรฐานน้ำมันเครื่อง API และ SAE จะช่วยให้คุณเลือกน้ำมันได้ถูกสเปก ลดการสึกหรอ และป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ระยะยาวโดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก ควรเลือกมาตรฐาน API กลุ่ม “C” และค่า SAE ที่เหมาะกับสภาพอากาศและลักษณะงานการเลือกถูกตั้งแต่ต้น คือการประหยัดค่าซ่อมในอนาคต



