แชร์

รหัสการรับน้ำหนัก (Load Index): วิธีอ่านค่า Load Index เพื่อการบรรทุกที่ปลอดภัย

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2026
6 ผู้เข้าชม
Load Index คืออะไร
Load Index คือรหัสตัวเลขที่ใช้ระบุความสามารถในการรับน้ำหนักของยาง โดยตัวเลขแต่ละค่าจะสอดคล้องกับน้ำหนักที่ยางสามารถรองรับได้สูงสุด เมื่อเติมลมตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด

รหัส Load Index มักพบอยู่บนแก้มยาง และมักปรากฏร่วมกับรหัสความเร็วหรือข้อมูลอื่นๆ เช่น

320/85R24 124A8
420/85R28 133A8

ตัวเลข 124 หรือ 133 คือค่า Load Index ซึ่งหมายถึงน้ำหนักที่ยางสามารถรับได้

การเลือก Load Index ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะรถไถที่ต้องทำงานหนัก หรือมีการติดอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม

วิธีอ่านค่า Load Index
Load Index เป็นตัวเลขที่ต้องอ้างอิงกับตารางมาตรฐาน เนื่องจากตัวเลขไม่ได้หมายถึงน้ำหนักโดยตรง แต่เป็นรหัสที่กำหนดตามมาตรฐานสากล

ตัวอย่าง Load Index ที่พบได้บ่อย เช่น

Load Index 120 = รับน้ำหนักได้ประมาณ 1,400 กิโลกรัม
Load Index 124 = รับน้ำหนักได้ประมาณ 1,600 กิโลกรัม
Load Index 128 = รับน้ำหนักได้ประมาณ 1,800 กิโลกรัม
Load Index 133 = รับน้ำหนักได้ประมาณ 2,060 กิโลกรัม
Load Index 136 = รับน้ำหนักได้ประมาณ 2,240 กิโลกรัม

ยิ่งตัวเลข Load Index สูง
หมายถึงยางสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น

ทำไม Load Index ถึงสำคัญกับรถไถ
รถไถและเครื่องจักรการเกษตรมักต้องรับน้ำหนักจากหลายส่วน เช่น น้ำหนักตัวเครื่อง อุปกรณ์ต่อพ่วง และน้ำหนักจากการบรรทุก หากเลือกยางที่มี Load Index ต่ำเกินไป อาจทำให้ยางเสียหายเร็ว หรือเกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน

การเลือก Load Index ที่เหมาะสมช่วยให้
ยางรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย
ลดความเสี่ยงยางระเบิด
ยืดอายุการใช้งานของยาง
เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่

โดยเฉพาะในงานเกษตรที่ต้องใช้งานต่อเนื่องและมีน้ำหนักมาก

Load Index กับแรงดันลมยางมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ความสามารถในการรับน้ำหนักของยางไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Load Index เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับแรงดันลมยางด้วย หากเติมลมน้อยเกินไป ยางอาจรับน้ำหนักได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แม้จะมี Load Index สูงก็ตาม

ดังนั้น ควรเติมลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อให้ยางสามารถรับน้ำหนักได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย

ควรเลือก Load Index แบบไหนดี
การเลือก Load Index ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน หากใช้งานทั่วไป งานเกษตรปกติ สามารถเลือก Load Index ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถไถกำหนดได้ แต่หากต้องใช้งานหนัก มีอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือมีการบรรทุกบ่อย ควรเลือก Load Index ที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความทนทาน

การเลือก Load Index ที่เหมาะสมจะช่วยให้รถไถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางในระยะยาว

สรุป
Load Index เป็นรหัสสำคัญที่บอกความสามารถในการรับน้ำหนักของยาง การเข้าใจค่า Load Index จะช่วยให้เลือกยางได้เหมาะสมกับการใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยในการบรรทุก และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถไถได้มากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันเครื่องทำไมถึงสำคัญ? รู้หน้าที่หลักก่อนเครื่องยนต์พัง
น้ำมันเครื่อง คือหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไถ หรือเครื่องจักรกลทุกประเภท เพราะทำหน้าที่หล่อลื่น ลดการสึกหรอ ควบคุมอุณหภูมิ และป้องกันคราบเขม่า หากละเลยการดูแลหรือเลือกใช้น้ำมันเครื่องไม่เหมาะสม อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมันมากขึ้น หรือเสียหายรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
23 ก.พ. 2026
ทำไมน้ำมันไฮดรอลิก “ร้อนเกินหรือเย็นเกิน” ถึงทำให้ระบบพัง
อุณหภูมิเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของน้ำมันไฮดรอลิกโดยตรง เพราะอุณหภูมิจะส่งผลต่อความหนืด (Viscosity) ซึ่งเปรียบเสมือนความแข็งแรงของฟิล์มน้ำมันที่ทำหน้าที่ปกป้องชิ้นส่วนภายในระบบไฮดรอลิก หากน้ำมันร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ความหนืดจะเปลี่ยนแปลงจนทำให้ระบบทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์ต่าง ๆ สึกหรอเร็วกว่าปกติ บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรรอลิกจึงมีความสำคัญ และควรควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
6 มี.ค. 2026
วิธีเช็กน้ำมันเครื่องแทรคเตอร์ด้วยตัวเอง เช็กถูก เครื่องไม่พัง
การเช็กน้ำมันเครื่องแทรคเตอร์ด้วยตัวเองเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ได้อย่างมาก เพราะหากปล่อยให้น้ำมันเครื่องต่ำหรือเสื่อมสภาพโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้เครื่องยนต์ร้อน สึกหรอเร็ว และเสี่ยงต่อการพังในระยะยาว การตรวจเช็คอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณรู้ทันปัญหาและแก้ไขได้ก่อนเกิดความเสียหายใหญ่
20 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้