การดูแลกรองน้ำมันเครื่องอย่างถูกวิธี ยืดอายุเครื่องยนต์

กรองน้ำมันเครื่องทำหน้าที่ดักจับ
- เศษโลหะ
- คราบเขม่า
- สิ่งสกปรกจากการเผาไหม้
- เพื่อให้น้ำมันที่ไหลเวียนเข้าสู่เครื่องยนต์ “สะอาด” และช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วนภายใน
การดูแลกรองน้ำมันเครื่องมีอยู่ 4 หัวข้อหลักคือ
1. ระยะเวลาการเปลี่ยนที่เหมาะสม
- เปลี่ยนพร้อมน้ำมันเครื่องเสมอ: ห้ามเสียดายเงินด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแต่ใช้กรองลูกเดิมเด็ดขาด เพราะสิ่งสกปรกที่ตกค้างในกรองเก่าจะทำให้น้ำมันใหม่สกปรกทันที
- ชั่วโมงการทำงาน: โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 200 - 500 ชั่วโมง
- หากงานหนัก/ฝุ่นเยอะ: หากวิ่งงานในที่ฝุ่นฟุ้งกระจายตลอดเวลา ควรพิจารณาเปลี่ยนให้เร็วขึ้นกว่ากำหนด
2. เทคนิคการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง
- ทาน้ำมันที่ยางโอริง: ก่อนใส่กรองลูกใหม่ ให้ใช้น้ำมันเครื่องใหม่ทาบางๆ ที่ ยางวงแหวน (O-ring) เพื่อช่วยให้ซีลแนบสนิทและป้องกันยางปริแตกขณะขันเข้า
- ขันด้วยมือ (Hand Tight): การใส่กรองน้ำมันเครื่องควรขันด้วยมือจนตึงมือที่สุด แล้วใช้ประแจขันกรองกวดเพิ่มเพียง 1/4 หรือ 1/2 รอบ เท่านั้น การขันแน่นเกินไปจะทำให้ยางปลิ้นและถอดออกยากในครั้งหน้า
- เช็กการรั่วซึม: หลังจากเปลี่ยนเสร็จและสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 2-3 นาที ให้ก้มดูบริเวณรอยต่อว่ามีน้ำมันซึมออกมาหรือไม่
3. จะเกิดอะไรขึ้นถ้า "กรองน้ำมันเครื่องตัน"?
หากปล่อยให้กรองตัน ระบบจะมี วาล์วบายพาส (Bypass Valve) ทำงาน เพื่อเปิดให้น้ำมันเครื่องไหลผ่านไปเลี้ยงเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องผ่านการกรอง
- ความเสี่ยง: แม้เครื่องยนต์จะไม่พังทันทีเพราะยังมีน้ำมันหล่อลื่น แต่น้ำมันนั้นจะมี เศษโลหะและเขม่า ปนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งจะกัดกร่อนกระบอกสูบและแหวนลูกสูบอย่างรวดเร็ว
4. วิธีเลือกซื้อกรองน้ำมันเครื่อง
- เน้นกรองแท้: กรองแท้จะมีกระดาษกรองที่ละเอียดกว่าและทนต่อแรงดันสูงได้ดีกว่ากรองเลียนแบบ
- สังเกตวาล์วภายใน: กรองที่มีคุณภาพจะมี Anti-Drainback Valve (วาล์วกันน้ำมันไหลย้อน) ช่วยกักเก็บน้ำมันไว้ในกรองเสมอ เพื่อให้ตอนสตาร์ทเครื่องตอนเช้า มีน้ำมันขึ้นไปหล่อลื่นชิ้นส่วนบนหัวฉีดได้ทันที



