แชร์

การอ่านรหัสยางรถไถระบบนิ้ว: เข้าใจตัวเลขบนแก้มยางว่าหมายถึงอะไรบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2026
369 ผู้เข้าชม
รหัสยางรถไถระบบนิ้ว คืออะไร
รหัสยางรถไถระบบนิ้ว (Inch System) เป็นรูปแบบการระบุขนาดยางที่นิยมใช้กับรถไถและเครื่องจักรการเกษตร โดยจะใช้ตัวเลข 2 ชุด คั่นด้วยเครื่องหมายขีด (-) เช่น 6.00-16, 7.50-18 หรือ 8.3-24 ซึ่งตัวเลขแต่ละตำแหน่งมีความหมายที่แตกต่างกัน

ตัวเลขชุดแรก หมายถึงความกว้างของหน้ายาง วัดเป็นหน่วยนิ้ว ส่วนตัวเลขชุดหลัง หมายถึงขนาดของกระทะล้อหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ ซึ่งวัดเป็นหน่วยนิ้วเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างการอ่านรหัสยาง 6.00-16
ยางขนาด 6.00-16 สามารถอ่านได้ดังนี้

ตัวเลข 6.00 หมายถึง ความกว้างของหน้ายาง ขนาด 6 นิ้ว
ตัวเลข 16 หมายถึง ขนาดกระทะล้อ ขนาด 16 นิ้ว

ดังนั้น ยางขนาด 6.00-16 คือ ยางที่มีความกว้าง 6 นิ้ว และใช้กับกระทะล้อขนาด 16 นิ้ว

ขนาดยางรถไถที่พบได้บ่อย
ขนาดยางรถไถระบบนิ้วที่พบได้บ่อยในงานเกษตร ได้แก่ 6.00-16, 7.50-16, 7.50-18, 8.3-20, 8.3-24, 9.5-24 และ 11.2-24 ซึ่งแต่ละขนาดถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

โดยทั่วไปแล้ว ยางที่มีความกว้างมากขึ้น จะช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสดิน ทำให้รถไถมีแรงยึดเกาะมากขึ้น ลุยโคลนได้ดี และลดโอกาสที่รถจะจมในพื้นที่ดินอ่อน

ความสำคัญของการเลือกขนาดยางให้เหมาะสม
การเลือกขนาดยางรถไถให้เหมาะสมกับเครื่องจักรและลักษณะงาน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หากเลือกยางที่มีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้ยางรับน้ำหนักไม่ไหวและสึกหรอเร็ว ในขณะที่การเลือกยางขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น

การเลือกขนาดยางที่ถูกต้องจึงช่วยให้รถไถทำงานได้เต็มกำลัง ประหยัดน้ำมัน และช่วยยืดอายุการใช้งานของทั้งยางและเครื่องจักร

ระบบนิ้ว กับ ระบบเมตริก แตกต่างกันอย่างไร
นอกจากระบบนิ้วแล้ว ยังมีระบบเมตริกที่ใช้กับยางรถไถรุ่นใหม่ เช่น 240/85R24 ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กับรถไถขนาดใหญ่และรุ่นใหม่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ระบบนิ้วยังคงได้รับความนิยมสูง เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย และเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในงานเกษตร

สรุป
การอ่านรหัสยางรถไถระบบนิ้วไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจความหมายของตัวเลขแต่ละตำแหน่ง ตัวเลขด้านหน้าคือความกว้างของยาง ส่วนตัวเลขด้านหลังคือขนาดกระทะล้อ เมื่อเข้าใจแล้ว คุณจะสามารถเลือกยางรถไถได้เหมาะสมกับการใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมน้ำมันไฮดรอลิก “ร้อนเกินหรือเย็นเกิน” ถึงทำให้ระบบพัง
อุณหภูมิเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของน้ำมันไฮดรอลิกโดยตรง เพราะอุณหภูมิจะส่งผลต่อความหนืด (Viscosity) ซึ่งเปรียบเสมือนความแข็งแรงของฟิล์มน้ำมันที่ทำหน้าที่ปกป้องชิ้นส่วนภายในระบบไฮดรอลิก หากน้ำมันร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ความหนืดจะเปลี่ยนแปลงจนทำให้ระบบทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์ต่าง ๆ สึกหรอเร็วกว่าปกติ บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรรอลิกจึงมีความสำคัญ และควรควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
6 มี.ค. 2026
ข้อดีของการเลือกยาง PR สูง: ทำไมยางชั้นผ้าใบเยอะถึงทนทานต่อตอไม้และบรรทุกได้มากกว่า
ในการเลือกยางรถไถหรือยางเครื่องจักรกลการเกษตร หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า 8PR, 10PR หรือ 12PR ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกระดับความแข็งแรงของยาง โดยทั่วไปแล้วยิ่งค่า PR สูง ยางก็จะยิ่งมีความแข็งแรงมากขึ้น และเหมาะกับการใช้งานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีตอไม้ หิน หรือพื้นแข็งที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ นอกจากความแข็งแรงแล้ว ค่า PR ยังมีผลต่อความสามารถในการบรรทุกน้ำหนัก การทนต่อแรงกระแทก และอายุการใช้งานของยางอีกด้วย บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมยาง PR สูงจึงเหมาะกับงานหนัก และช่วยให้รถไถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
18 เม.ย. 2026
ความลึกดอกยางรถไถมาตรฐาน (Tread Depth): ทำความรู้จักกับรหัส R-1, R-1W และ R-2 ว่ามีความลึกต่างกันอย่างไร
ดอกยางรถไถเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง โดยเฉพาะในงานเกษตรที่ต้องเผชิญกับสภาพพื้นดินที่แตกต่างกัน เช่น ดินแห้ง ดินร่วน หรือดินโคลน ความลึกของดอกยางจึงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มแรงยึดเกาะ ลดการลื่นไถล และช่วยให้รถไถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจเคยเห็นรหัส R-1, R-1W และ R-2 บนยางรถไถ แต่ยังไม่เข้าใจว่ารหัสเหล่านี้หมายถึงอะไร และแต่ละแบบมีความลึกดอกยางแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างของดอกยางแต่ละประเภท เพื่อเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และลักษณะงานมากที่สุด
18 เม.ย. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้