น้ำมันไฮดรอลิกผลิตจากอะไร? รู้ก่อนเลือก ใช้ถูก เครื่องไม่พัง
อัพเดทล่าสุด: 25 ก.พ. 2026
98 ผู้เข้าชม

น้ำมันไฮดรอลิกผลิตจากอะไร?
น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Oil) ผลิตจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1. น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) 80–90%
เป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่ รับแรงจากปั๊ม ส่งแรงไปยังกระบอกสูบ คงความหนืดให้ระบบทำงานเสถียร
ประเภทของน้ำมันพื้นฐาน:
✔ น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบ
เหมาะกับรถไถ รถแบคโฮ เครื่องจักรทั่วไป
ราคาเข้าถึงง่าย ดูแลรักษาง่าย
✔ น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Oil)
ผลิตผ่านกระบวนการทางเคมี
ทนความร้อนสูง เสถียรกว่า
เหมาะกับงานหนักต่อเนื่อง หรืออุณหภูมิสูง
✔ น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)
ผสมน้ำมันแร่และสังเคราะห์
สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุน
เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานเพิ่มขึ้น
2. สารเพิ่มคุณภาพ (Additives)
แม้น้ำมันพื้นฐานจะเป็นหัวใจหลัก แต่ “สารเพิ่มคุณภาพ” คือสิ่งที่ทำให้น้ำมันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น:
Anti-Wear ⇒ ลดการสึกหรอของปั๊มและวาล์ว
Anti-Oxidant → ชะลอการเสื่อมสภาพจากความร้อน
Anti-Foam → ลดฟองอากาศ ป้องกันแรงดันตก
Anti-Rust → ป้องกันสนิมและความชื้น
VI Improver → ควบคุมความหนืดให้คงที่ทุกอุณหภูมิ
ทำไมต้องเลือกให้เหมาะกับงาน?
การเลือกน้ำมันไฮดรอลิกไม่เหมาะสม อาจทำให้:
- ระบบแรงดันตก
- เครื่องร้อนเร็ว
- ซีลเสื่อมเร็ว
- ค่าใช้จ่ายซ่อมสูงขึ้น
เลือกให้ถูกประเภทและเกรดความหนืด จะช่วยยืดอายุเครื่องจักรและลดต้นทุนระยะยาว
น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Oil) ผลิตจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1. น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) 80–90%
เป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่ รับแรงจากปั๊ม ส่งแรงไปยังกระบอกสูบ คงความหนืดให้ระบบทำงานเสถียร
ประเภทของน้ำมันพื้นฐาน:
✔ น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบ
เหมาะกับรถไถ รถแบคโฮ เครื่องจักรทั่วไป
ราคาเข้าถึงง่าย ดูแลรักษาง่าย
✔ น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Oil)
ผลิตผ่านกระบวนการทางเคมี
ทนความร้อนสูง เสถียรกว่า
เหมาะกับงานหนักต่อเนื่อง หรืออุณหภูมิสูง
✔ น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)
ผสมน้ำมันแร่และสังเคราะห์
สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุน
เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานเพิ่มขึ้น
2. สารเพิ่มคุณภาพ (Additives)
แม้น้ำมันพื้นฐานจะเป็นหัวใจหลัก แต่ “สารเพิ่มคุณภาพ” คือสิ่งที่ทำให้น้ำมันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น:
Anti-Wear ⇒ ลดการสึกหรอของปั๊มและวาล์ว
Anti-Oxidant → ชะลอการเสื่อมสภาพจากความร้อน
Anti-Foam → ลดฟองอากาศ ป้องกันแรงดันตก
Anti-Rust → ป้องกันสนิมและความชื้น
VI Improver → ควบคุมความหนืดให้คงที่ทุกอุณหภูมิ
ทำไมต้องเลือกให้เหมาะกับงาน?
การเลือกน้ำมันไฮดรอลิกไม่เหมาะสม อาจทำให้:
- ระบบแรงดันตก
- เครื่องร้อนเร็ว
- ซีลเสื่อมเร็ว
- ค่าใช้จ่ายซ่อมสูงขึ้น
เลือกให้ถูกประเภทและเกรดความหนืด จะช่วยยืดอายุเครื่องจักรและลดต้นทุนระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันเครื่อง คือหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไถ หรือเครื่องจักรกลทุกประเภท เพราะทำหน้าที่หล่อลื่น ลดการสึกหรอ ควบคุมอุณหภูมิ และป้องกันคราบเขม่า
หากละเลยการดูแลหรือเลือกใช้น้ำมันเครื่องไม่เหมาะสม อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมันมากขึ้น หรือเสียหายรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
23 ก.พ. 2026
น้ำมันเครื่องไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกได้หลายประเภทตามกระบวนการผลิต ความหนืด และชนิดของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้ถูกประเภทมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานเครื่องยนต์ ความประหยัดน้ำมัน และประสิทธิภาพการทำงาน
23 ก.พ. 2026
มาตรฐานน้ำมันเครื่องเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบอกคุณภาพและความเหมาะสมของน้ำมันกับเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ทั่วไป รถบรรทุก หรือรถแทรคเตอร์การเกษตร การเลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงมาตรฐาน API และค่า SAE จะช่วยลดการสึกหรอ ควบคุมความร้อน และยืดอายุเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
23 ก.พ. 2026


